การังกาเสม แหล่งท่องเที่ยวที่มีคนนิยมไปมากที่สุด

การังกาเสม (Karangasem) เป็นอีกเขตหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านของชายหาดที่งดงามเป็นอย่างมาก เขตการังกาเสมจึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มาทัวร์บาหลีเป็นอย่างมาก เนื่องจากชายหาดที่นี่ยังคงความงดงามของธรรมชาติและวิถีชีวิตในแบบพื้นเมืองดั้งเดิมให้เห็นในปัจจุบัน และยังเป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ชื่อว่า กุหนุงอากุง (Gunung Agung) ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในบาหลีด้วยความสูง 3,014 เมตร และยังเป็นภูเขาไฟที่ระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อ 17 มีนาคม ค.ศ.1963 ซึ่งได้สร้างความเสียหายไม่น้อย จนในปัจจุบันกุหนุงอากุงได้สงบลงแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่หน้าสนใจในเขตการังกาเสม

Karangasem_5

วัดปุระเบซากี (Pura Besakih) เป็นวัดที่สำคัญที่สุดของบาหลี ตั้งอยู่บนเชิงเขากุหนุงอากุงวัดแห่งนี้เป็นวัดในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในบาหลีถือเป็นตาแห่งวัดทั้งหมด ในบริเวณนี้จะประกอบไปด้วยวัดน้อยใหญ่เกือบ 30 แห่งที่กระจายอยู่เป็นชั้นๆทั้งหมด 7 ชั้นอยู่ตามไหล่เขา วัดปุระเบซากีมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ วัดเล็กๆที่กล่าวมาก็มีความสำคัญที่แตกต่างกันวัดที่มีความสำคัญมากที่สุดก็คือวัดปุระ เปนาตารันอากุง(Pura Penataran Agung) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวัดเบซากิ ในทุกๆวันจะมีชาวบาหลีนั้นเดินทางมาประกอบพิธีทางศาสนาจึงทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์บาหลีได้เห็นถึงธรรมเนียมและประเพณี การแต่งกายแบบพื้นเมืองทั้งหญิงและชายของชาวบาหลีรวมไปจนถึงการแบกทูนของบูชาบนศีรษะตามแบบดั้งเดิมของบาหลี และหากนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะปีนเขากุหนุงอากุงสามารถมาได้ในช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนตุลาคมแต่จะต้องได้รับการอนุญาตจากทางวัดเสียก่อนเพราะทางวัดจะไม่อนุญาตให้ปีนขึ้นไปสูงกว่าวัดในขณะที่มีการทำพิธีกรรมทางศาสนาอยู่ ที่วัดแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์บาหลีเข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 3,300 รูเปียห์

อัมลาปุระ (Amlapura) เป็นเมืองหลวงของเขตการังกาเสมซึ่งจะอยู่ใกล้ๆกับหมู่บ้านเทงกะนันที่เป็นที่ตั้งของวัดปุระอากุงการังกาเสม (Pura Agung Karangasem) เป็นวังในสมัยที่รายาแห่งการังกาเสมได้ปกครองบาหลี เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวันเวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 1,100 รูเปียห์

ในเขตการังกาเสม (Karangasem) นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมายที่อยากแนะนำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทัวร์บาหลีได้ลิ้มลองไปสัมผัสความสวยงามและเสน่ห์ของแต่ละสถานที่กันดู เนื่องจากในแต่ละที่นั้นมีประวัติศาสตร์และความเป็นมาแตกต่างกัน และมีความงดงามทางภูมิทัศน์ที่ต่างกัน

ทัวร์ญี่ปุ่น กับที่เที่ยว Kawachi Fuji Garden อุโมงค์ดอกวิสทีเรียที่สวนคาวาชิฟูจิ

ทัวร์ญี่ปุ่น มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายพื้นที่ด้วยกัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นที่เที่ยวที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่คนไทยก็มักจะมีการมาทัวร์ญี่ปุ่นกันอยู่บ่อย ๆ แล้ว ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ต่างก็มีการนึกถึงเป็นอย่างมาก เมื่อนักท่องเที่ยวแต่ละคนเดินทางมาสัมผัสกับบรรยากาศในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ก็ย่อมเกิดความพึ่งพอใจไม่ใช่น้อยเลย ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมืองสุดอลังการ และนอกจากนี้ไม่ใช่จะมีเมืองเกียวโต นารา หรือเทศกาลต่าง ๆ อย่างเช่น ใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ก็ยังมีหลากหลายพื้นที่เช่นกัน ถ้าอย่างนั้นมาดูกันเลยว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่จะแนะนำในญี่ปุ่นนี้คือที่ใด

ทัวร์ญี่ปุ่น

ถ้าพูดถึงการมาทัวร์ญี่ปุ่น ก็ต้องมาเที่ยวที่ Kawachi Fuji Garden  แห่งนี้กันเลย ซึ่งเป็นอุโมงค์ดอกวิสทีเรียที่เป็นสวนคาวาชิฟูจิ ที่กลายเป็นที่รู้จักกันดี เมื่อนักท่องเที่ยวแต่ละคนเดินทางมาเที่ยวที่เกาหลี ก็อยากจะมีการชมดอกไม้อย่างวิสทีเรีย ที่มีความนิยามในเมืองคิตะคิวชู ในช่วงที่มีใบไม้บานแบบสะพรั่งนั้น ถือได้ว่าสวยงามเป็นอย่างมาก จะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน จนไปถึงกลางเดือนพฤษภาคมกันเลยก็ว่าได้ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างก็เดินทางมาสัมผัสกับบรรยากาศในช่วงนี้กันเป็นจำนวนมาก ถ้าพูดถึงจุดเด่นของสวนนี้ เป็นอุโมงค์ของดอวิสทีเรียที่ได้มีการทิ้งกิ่งก้านและพร้อมกับสีที่มีความสวยงาม เต็มไปด้วยสีม่วงเข้ม หรือสีม่วงอ่อน ชมพู และสีขาว ที่มีการไล่เฉดสีกันสวยงามเลย

เพราะฉะนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่น ก็ต้องมีการเดินทางมาเที่ยวที่ Kawachi Fuji Garden กันอย่างหนาแน่แน่น ที่ทำให้นักท่องเที่ยวมีความสุข ที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายสีด้วยกัน ทำให้ไม่มีใครพลาดกับที่เที่ยวแห่งนี้กันอย่างแน่นอน และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นที่เที่ยวในญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติหลากหลายสี ทำให้กลายเป็นจุดเด่นที่จะสามารถถ่ายรูปและเป็นจุดชมธรรมชาติที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก จนนักท่องเที่ยวแต่ละคนต้องเดินทางมาเป็นประจำ

บทความโดย บริษัททัวร์ www.tourxpresscenter.com

พาเที่ยวพม่า กับข้อมูลความรู้เบื้องต้น ทัวร์พม่าราคาถูก

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมา ทัวร์พม่าราคาถูก วันนี้เรามีข้อมูลพื้นฐานของสหภาพเมียนมาร์ (Union of Myanmar) มาฝากกันคะ เมียนมาร์มีอาณาเขตประมาณ 657,740 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 50.2 ล้านคน พม่าเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีลักษณะพิเศษก็คือมีพรมแดนติดต่อกับสองประเทศที่เป็นแหลางอารยะธรรมของโลกก็คือ จีนกับอินเดีย พม่ามีชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือติดกับบังคลาเทศและอินเดีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับธิเบตและจีน ส่วนทางตะวันออกติดกับลาว และทางทิศใต้ติดกับไทย

พม่า

พม่ามีแนวเทือกเขาขนาดใหญ่ล้อมรอบซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่ามียอดเขาที่สูงอยู่มากมายบางยอดเขานั้นมีความสูงกว่า 10,000 ฟุต อีกทั้งยังมีที่ราบลุ่มบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่ามากทอดยาวไปทางตอนใต้เป็นนาข้าว เมืองหลวงของพม่าคือเนปิดอย์ (Naypyidaw) เนปิดอย์เป็นเมืองหลวงใหม่ความเจริญรุ่งเรืองนั้นจึงยังอยู่ที่ย่างกุ้งแต่ในปัจจุบันมีประชากรย้ายเข้ามาในเมืองหลวงมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่เตรียมตัวเดินทางมา เที่ยวทัวร์พม่า ข้อมูลที่ควรทราบมีดังนี้ การใช้ภาษาของที่นี่จะใช้ภาษาพม่าเป็นภาษาราชการ ประชากรที่นี่ส่วนใหญ่นั้นนับถือศาสนาพุทธเวลาของพม่าจะช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 30 นาที กระแสไฟฟ้าและปลั๊กไฟจะใช้ไฟ 220 โวลต์ ปลั๊กนั้นมีหลายแบบทั้งแบบ 2 ขาแบน 2 ขากลม และ 3 ขาแบน สกุลเงินใช้เป็น จั๊ต 1,170 จั๊ตต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และประมาณ 35 จั๊ต เท่ากับ 1 บาทของไทย ในเรื่องของสภาพภูมิอากาศจะคล้ายๆกับของประเทศไทยมี 3 ฤดูแต่จะมีฝนตกมากและมีความชื่นมากกว่าไทย ในฤดูฝนจะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม ฤดูหนาวเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูร้อน เดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน ฤดูร้อน ฤดูที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือ ฤดูหนาวอากาศที่จะเย็นสบายทางเหนือของพม่าจะมีอากาศหนาวซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา ทัวร์พม่า มากที่สุด

พม่าเป็นสังคมที่แทบจะหยุดเวลาและหยุดความเปลี่ยนไว้ได้ในระดับหนึ่งทั้งที่พม่านั้นถูกปิดประเทศมานานกว่า 3 ทศวรรษแต่ในขณะเดียวกันโลกนั้นกลับพัฒนาไปมาก พม่านั้นอยู่ด้วยการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองสิ่งที่จำเป็นก็มีอยู่แค่ไม่กี่อย่าง อาหาร บ้าน เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคเพียงเท่านั้น ชีวิตความเป็นอยู่จึงเรียบง่าย พม่ามีงานประเพณีของแต่ละเดือนเรียกว่า แซะนะล่ะหย่าตี่บะแวหรือประเพณีสิบสองเดือนซึ่งถือว่าเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของพม่าที่ยังคงสืบทอดประเพณีไว้ได้เป็นอย่างดีถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาบ้างแต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก